1. ผมสูง 180 cm เวลาขับ wish เข่าข้างซ้ายจะพิงกับเกียร์ที่ยื่นออกมา ไม่สามารถแบะออกตามสบายได้ ซึ่งผมรู้สึกอึดอัด เพราะผมขับรถชอบกางขาตามสบายและถ้าอยู่ในสภาพนั้นนานๆผมอาจจะเจ็บเข่าเพราะ มันอาจจะเกิดแรงถูบ้าง คือมีความรู้สึกว่ากางขาได้ไม่สุด มีความรู้สึกว่าเหมือนถูกจำกัดขอบเขต(คิดเองครับเพราะแค่เคยลองขับ wish จากศูนย์ TOYOTA ประมาณ 10 กม. เท่านั้นขับไปนานๆอาจรู้สึกเฉยๆก็ได้) innova กางขาได้สบายเต็มที่เหมือนรถเก๋งที่ผมเคยขับรู้สึกโล่งดี ข้อนี้ผมให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะผมเป็นคนขับคนเดียวในบ้านครับ ซึ่งต้องขับรถตลอดเพื่อบริการทุกคนในบ้าน
2.คนนั่งแถว 2 และแถว 3 ของ innova รู้สึกว่าสบายดี มีแอร์เปิดได้เองตามความต้องการทั้งแถว 2 และแถว 3 ส่วน wish แถว 2 แถว 3 รู้สึกไม่เย็นเท่า ต้องเร่งพัดลม ทำให้เกิดเสียงดังในห้องโดยสารเวลาฟังเพลงแล้วน่าจะขาดอรรถรส (ผมเป็นคนชอบฟังเพลงแบบไม่อยากให้มีเสียงอื่นมารบกวนหรือถ้ามีเสียงรบกวนก็ ขอให้มีน้อยที่สุด) ส่วน innova เงียบพอใช้ได้ครับ
3.พื้นที่เก็บของ innova โดยรวม และบริเวณหลังแถว 3 มีพื้นที่มากกว่า wish ซึ่งเวลาผมไปไหน ครอบครัวผมจะมีสัมภาระกันพอสมควรถึงกับมาก(อาจจะถึงขั้นบ้าหอบฟางเป็นบาง ครั้ง) รถเก๋งคันเก่าเวลาไปกรุงเทพ ประเภท เต็มท้ายรถ จนหน้าลอย และระหว่างทางยังซื้อของมาวางในห้องโดยสาร ใต้เบาะนั่ง ใต้ขาคนขับ สารพัดที่จะวาง เพราะผมเป็นครอบครัวใหญ่มีคุณยายและหลานเพิ่มมาอีก ก็เลยคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะถ้ามีรถที่ขนสิ่งของได้มากกว่าก็น่าจะดี
4. innova เป็นรถขับหลัง และมีช่วงล่างคล้ายกับรถกะบะ ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น คือผมไม่เคยใช้รถกะบะ และรถกะบะ ส่วนใหญ่จะขับหลังใช่มั๊ยครับ ซึ่งเค้าบอกว่าความทนทานในระยะยาวน่าจะดี ปัญหาเรื่องล้อคู่หน้าไม่นุ่มและมีเสียงเวลาเลี้ยวในระยะยาวน่าจะน้อยกว่า รถที่ขับล้อหน้า ซึ่งก็ตรงกับครอบครัวที่บ้าหอบฟางอย่างผม อีกอย่างผมใช้รถเก๋งคันเก่าที่บ้านมา 10 กว่าปี ถ้าคุณเคยใช้รถเก่าอย่างผม คุณเคยรู้สึกมั๊ยครับว่า ล้อคู่หน้า มันไม่นิ่ม มีเสียงกึกๆกักๆ โดยเฉพาะล้อคู่หน้าจะทำงานเยอะรับน้ำหนักเครื่องด้วย ก็ต้องขับด้วย และใช้เลี้ยวด้วย ก็คงน่าจะเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าล้อคู่หน้าของรถที่ขับหลัง ปัญหาเวลารถเกิดเสียงดังเนื่องจากใช้งานมาเป็น 10 ปี เวลาไปหาร้านที่ซ่อมช่วงล่างจะหาจุดเสียงดังยากเว้นแต่เจอร้านดี ซ่อมเก่งก็จะหาจุดเจอและแก้ตรงจุดก็จะทำให้รถนิ่มเสียงเบาขึ้นข้อดีของรถ ขับหน้าอัตราเร่งน่าจะดีกว่าเนื่องจากก้านเพลาต่างๆอยู่ใกล้เครื่องยนต์ ซึ่งต่างจากรถขับหลังที่ต้องส่งผ่านจากเครื่องยนต์ไปจนถึงล้อคู่หลัง (อันนี้ผมคิดเองครับ)
5. ความนุ่มนวลและความเงียบของห้องโดยสารของ innova ผมยอมรับได้ครับ โดยเฉพาะผมเป็นคนชอบฟังเพลง popในรถ จะชอบห้องโดยสารที่เงียบๆครับ และสามารถเปิดหรือกดปุ่มต่างๆของ CD ได้ที่พวงมาลัยรถ และผมขับรถเก่าผมจะชินกับการดูเกร์ความร้อน ซึ่ง innova มีให้ผมดู แต่ wish ไม่มี
6.ความสูงของ innova น่าจะเป็นจุดด้อยในการเกาะถนน แต่ผมเป็นคนขับรถ 90-100 กม./ชม.คิดว่าผมน่าจะเอาอยู่ แต่คิดในข้อดีถ้าผ่านไปในทางทุรกันดาล หรือถนนที่มีฝนตกหนักจนมีน้ำท่วมสูง ผมจะมีความมั่นใจในรถคันนี้มากครับ
7.ผมซื้อ innova มาใช้งานครับ กะจะใช้ไปให้ถึง 8 - 10 ปี หรือจนกว่าจะมีสภาพที่ไม่ไหว ก็ไม่กะขายเท่าไหร่ (ถ้าซื้อมากะขายต่อ ผมว่า wish หรือ fortuner จะขายได้ราคาดีกว่านะครับเพราะคนเล่นเยอะ คนน่าจะนิยมกว่า) หรือเมื่อถึงตอนนั้นถ้าขาย innova แล้วราคาตกเนื่องจากคนไม่นิยม ผมก็เตรียมทำใจครับ…..อีกอย่างสมมุติว่าคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบในรถ ทั้ง 3 รุ่นนี้ ถ้าบอกว่าขับ wish หรือ fortuner มา ก็น่าจะดูดีกว่าบอกว่าขับ inn๐va มา อันนี้คุณยอมรับได้มั๊ย ส่วนผมยอมรับได้ครับ…. ไม่ได้ติดอยู่ที่ความเท่ห์เท่าไหร่ แต่คิดว่าเอามาใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ของเราครับ…….
ข้อเสียของ innova คือ คนไม่นิยมเล่น ซึ่งก็น่าคิดมากครับ ผมขับรถในโคราชมองหา innova วิ่งบนท้องถนนซักคันก็ยาก(คงเหมือนในกรุงเทพ) (ผมคิดว่าน่าจะเนื่องมาจากเป็นรถนำเข้าจากอินโดนิเชีย ซึ่งคนไทยไม่ค่อยนิยมและศรัทธาเท่ากับญี่ปุ่นหรือจากแถวยุโรป และรูปทรงไม่โฉบเฉี่ยวเท่ารุ่นที่ออกมาราคาใกล้เคียงกัน) แต่ wish กับ fortuner วิ่งเพียบ ตรงนี้น่าคิดมากครับ พูดตรงๆว่าถ้า wish fortuner และ innova วิ่งผ่านมาพร้อมกัน ผมว่าคนส่วนใหญ่จะเหลียวดู wish กับ fortuner คงมอง innova อยู่ท้ายอย่างแน่นอน แต่จะจ้องมอง wish กับ fortuner อย่างชื่นชม ซึ่งผมเองก็รู้สึกอย่างนั้น…innova จะเป็นรถออกแนวเชยๆ (แต่ผมก็ว่าสวย เรียบร้อยดีนะ) คือรูปล่างไม่เตะตา เรียบๆ และมีความสับสนกับอแวนซ่า(ซึ่งราคาไม่สูงมาก) คือเวลาวิ่งผ่านมาเร็วๆ แวบๆ ถ้ามองเฉพาะแต่ด้านหน้าอาจจะมีความคล้ายกันมากระหว่าง อแวนซ่ากับ innova ซึ่งทำให้คนแยกออกจากกันยาก และในระยะยาวอาจมีผลเรื่องอะไหล่ เนื่องจากนำเข้ามาจากอินโดฯ แต่ผมก้ต้องทำใจว่าในอนาคตหากผมใช้ innova ไปถึง 6-7 ปีแล้วไม่มีอะไหล่ ผมก็ต้องมั่นใจในค่ายโตโยต้าที่คงจะไม่ลอยแพผม ที่จะปล่อยให้ผมขาดอะไหล่ หรือรอนานไม่มีอะไหล่ ผมก็ต้องทำใจครับว่า “มีคนเตือนผมแล้ว แต่ผมไม่เชื่อ ดันเลือก innova” แต่ผมจะไม่เสียใจเลยที่ผมได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวของผมเอง……..
แต่จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้ง 7 ข้อ ทำให้ผมตัดสินใจจอง innova ซึ่งผมไปดูฤกษ์ (จริงๆผมไม่
อยากไปดู ผมชอบฤกษ์สะดวก แต่ผู้ใหญ่เค้าให้ไปดู ก็ไม่อยากขัดใจเค้า อยากให้ทุกฝ่ายสบายใจ) ก็จะออกรถได้ใน 7 ก.ค.48 ซึ่งก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลครับ แต่จะว่าไปผมก็แค่ได้ลองขับทั้ง wish fortuner และ innova มาแค่ช่วงระยะสั้นๆเท่านั้น ข้อมูลที่ผมเขียนมานี้เป็นความรู้สึกของผมเอง ซึ่งเป็นผู้ต้องใช้รถเป็นยานพาหนะนำพาเราไปสู่จุดหมายที่ต้องการ ก็อยากจะให้ท่านผู้อ่าน ลองใช้วิจารณญาณของท่านพิจารณาดู ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้เป็นคนของใคร ไม่เอนเอียงไปทางไหนแต่พยายามใช้เหตุผล ใช้ความรู้สึกซึ่งบังเอิญผมใช้รถของค่ายโตโยต้ามา ก็เลยเลือกยี่ห้อนี้ ซึ่งก็ขออภัยยี่ห้ออื่นด้วยครับ เพราะผมคิดเลือกซื้อแค่ 3 รุ่นนี้ (wish fortuner และ innova) และพยายามเขียนออกมาเพื่อให้คนที่ลังเลเหมือนกับผมหรือมีความรู้สึกใกล้ เคียงกันในการจะเลือกซื้อรถดังกล่าว จะได้มีข้อพิจารณาเพิ่มขึ้นครับ แต่ผมจะรู้จริงหรือไม่นั้น ก็คงต้องได้รถมาแล้วลองขับดูซักระยะนึง จะเป็นไปตามทั้ง 7 ข้อที่ผมกล่าวมาหรือไม่นั้น ก็จะเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ ผมเลือกเครื่องเบนซิน 2000 เพราะต้องการความเงียบและความไม่สั่นของตัวเครื่องมากนัก และ ไม่ต้องการไปขับแข่งกับใคร (ผมคิดว่าเครื่องเล็กน่าจะประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องใหญ่) และชอบที่เครื่องเบนซินเผาไหม้หมดจดกว่าดีเซลไม่มีควันออกมามาก(ไม่รู้คิด ถูกรึปล่าว) เมื่อใช้ไประยะยาวๆหลายปี และที่สำคัญรถที่บ้านผมใช้เบนซินหมด ก็เลยตัดปัญหาการเติมน้ำมันผิด คือถ้าเข้าปั๊มจะได้เล็งแต่หัวปั้มเบนซิน ไม่ต้องคิดมาก ว่าคันนี้เติมดีเซล คันนั้นเติมเบนซินครับ…..
ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นใด ยี่ห้อใด ขอให้มีความสุขกับรถที่คุณใช้งานอยู่ และรักเค้า ถนอมเค้า ดูแลรักษาเค้า เท่ากับที่เค้าเคยรับใช้เรามา ผมว่าทุกฝ่ายจะมีความสุข….ทั้งคนทั้งรถครับ … E-mail มาแลกเปลี่ยนความรู้หรือแนะนำผมได้ที่
soac2707@yahoo.com ครับ ผมยินดีน้อมรับเพื่อสร้างสรรค์มิตรภาพให้โลกนี้สดใสและน่าอยู่ต่อไปครับ ………สวัสดีครับ…